http://witpakchom.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ07/07/2009
อัพเดท08/03/2013
ผู้เข้าชม53,124
เปิดเพจ75,992

การสร้าง e-book โดย Flipalbum 6

ชีววิทยา

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ชุด ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

วิทยฐานะครู

การสอบ PAT/GAT ปี 2553

ปฎิทิน

« December 2014»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

Alternative content

iGetWeb.com

การสร้าง e-book

หนังสืออิเล็กทรอนิกส  หมายถึง หนังสือ หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกสที่ผู้อานสามารถอาน  ผานทางอินเตอรเน็ต หรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสแบบพกพาอื่นๆไดสําหรับหนังสือหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกสนั้นจะมีความหมายรวมถึงเนื้อหา ที่ถูกดัดแปลงอยู่ในรูปแบบที่สามารถแสดงผลออกมาไดโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส แตก็ ใหมีลักษณะพิเศษ คือ สะดวกรวดเร็วใน การคนหาและผู้อานสามารถอานพรอมกันไดโดยไมตองรอใหอีกฝายสงคืนหองสมุด เชนเดียวกับหนังสือในหองสมุดทั่วๆไป (กลุ่มพัฒนาการสื่อเทคโนโลยี ศูนยพัฒนาหนังสือ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ)

 

                สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2543) ได้ให้ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ว่า หมายถึง หนังสือที่สามารถเปิดอ่านได้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งแบบปาล์มท้อป หรือพ็อกเก็ตคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีที่เน้นเรื่องการพกพาติดตามตัวได้สะดวกเหมือนโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า Mobile ทำให้ระบบสื่อสารติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ตได้ สามารถโหลดผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องส่งหนังสือจริง

 

                หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง รูปแบบของการจัดเก็บและนำเสนอข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นข้อความ ตัวเลข ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้มีวิธีเก็บในลักษณะพิเศษ นั่นคือ จากแฟ้มข้อมูลหนึ่งผู้อ่านสามารถเรียกดูข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ทันที โดยที่ข้อมูลนั้นอาจจะอยู่ในแฟ้มเดียวกัน หรืออาจจะอยู่ในแฟ้มอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกลก็ได้ หากข้อมูลที่กล่าวมานี้เป็นข้อความที่เป็นตัวอักษรหรือตัวเลข เรียกว่า ข้อความหลายมิติ (hypertext) และหากข้อมูลนั้นรวมถึงเสียงและภาพเคลื่อนไหวด้วย ก็เรียกว่า สื่อประสมหรือสื่อหลายมิติ (hypermedia) (ครรชิต  มาลัยวงศ์, 2540)

 

                อีบุ๊ค” (e-book, e-Book, eBook, EBook,) เป็นคำภาษาต่างประเทศ ย่อมาจากคำว่า electronic book หมายถึง หนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์

คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงจุดไปยังส่วนต่างๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่างๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสั่งพิมพ์เอกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือธรรมดาทั่วไป   ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า (หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)  Sema_go_th.mht : : สืบค้น 23/9/2552) )

 

                e-Book เป็นคำหนึ่งในยุคไอซีที (ICT: Information and Communication Technology) ที่ได้ยินบ่อยมาก เป็นคำผสมระหว่าง e คำย่อของ Electronic และ Book จึงหมายถึง หนังสือที่จัดทำและแสดงผลในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่สามารถอ่านเอกสาร ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์  คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงจุดไปยังส่วนต่างๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่างๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสั่งพิมพ์เอกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือธรรมดาทั่วไป (Science and Technology Knowledge Services Thailand  STKS ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศไทย - รู้จักกับ e-Book.mht Boonlert Aroonpiboon, 2553)

 

                หนังสืออิเล็กทรอนิกส (Electronic Book) คือ เครื่องมือที่ตองมีอุปกรณในการอาน คือ    ฮารดแวรประเภทเครื่องคอมพิวเตอร หรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสพกพาอื่นๆ พรอมทั้งติดตั้งระบบปฏิบัติการ หรือซอฟตแวรที่ใชอานขอความตางๆ เชน ออแกไนเชอรแบบพกพา, Pocket Pc

หรือ พีดีเอ เปนตน สวนการดึงดูดขอมูล e - Book  ในปจจุบันมีอยู 2 ประเภท คือ ซอฟตแวรที่ใช้อ่านขอมูลจาก e - Book และซอฟตแวรที่ใชเขียนขอมูลออกมาเปน e – Book

 

                หนังสืออิเล็กทรอนิกส (Electronic Book)  หรือทีนิยมเรียกกันอยางแพรหลายวา  e - Book เปนนวัตกรรมใหมในวงการหนังสือ หองสมุด และเทคโนโลยีทางการศึกษา สําหรับทางวิชาชีพห้องสมุดแลว e - Book  จะเปนพัสดุหองสมุดยุคใหม ทีเปลี่ยนจากรูปแบบดังเดิม  ซึ่งเปนหนังสือที่ผลิตจาก การเขียน หรือการพิมพตัวอักษร หรือภาพกราฟกลงในกระดาษ หรือวัสดุชนิดอื่นๆ เพื่อบันทึกเนื้อหาสาระในรูปตัวหนังสือ รูปภาพหรือสัญญาลักษณตางๆ เชนที่ใชกันทั่วไปจากอดีตจนถึงปจจุบัน เปลี่ยนมาบันทึกและนําเสนอเนื้อหาสาระทั้งหมดเปนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส ในรูปสัญญาณดิจิตอล ลงในหนังสืออิเล็กทรอนิกสประเภทตางๆ เชน แผนซีดีรอม ปาลมบุก หนังสืระบบเครือขาย หรือ สื่ออิเล็กทรอนิกสรูปแบบอื่นๆ ซึ่งรวมเรียกวา หนังสืออิเล็กทรอนิกส หรือ e – Book

 

                การทําหนังสืออิเล็กทรอนิกส (Electronic Publishing)  เปนหนังสือที่จัดทําดวยระบบคอมพิวเตอรโดยไมพิมพเนื้อหาสาระของหนังสือบนกระดาษ หรือจัดพิมพเปนรูปเลม หนังสืออิเล็กทรอนิกส สามารถเปดอานไดจากจอคอมพิวเตอร เหมือนกับเปดอานจากหนังสือโดยตรง แตหนังสืออิเล็กทรอนิกสมีความสามารถมากมาย เชน ขอความภายในหนังสือสามารถเชื่อมโยงกับ    ขอความภายในหนังสือเลมอื่นไดโดยเพียงผู้อานกดเมาสในตําแหนงที่สนใจแลว www Browsers จะทําหนาที่ดึงขอมูลที่เชื่อมโยงแสดงใหอานหนังสือไดทันที

 

               หนังสืออิเล็กทรอนิกส สามารถแสดงขอความ อักษร เสียง ภาพเคลื่อนไหวเสมือนวีดีโอ นอกจากนี้สมารถสอบถามและสืบคนขอมูลจากอินเตอรเน็ตไดดวย หนังสืออิเล็กทรอนิกสจากจอคอมพิวเตอรเครื่องเดียว สามารถอานหนังสือ หรือสืบคนขอมูลตางๆ ไดทั่วโลก หนังสืออิเล็กทรอนิกสเปนแฟมขอมูลประเภทขอความ (Text file)  สามารถเขียนหนังสืออิเล็กทรอนิกสดวยโปรแกรมแท็กซเอดิเตอร หรือเวิรดโปรเซสเซอรทั่วไปก็ได ขอความที่เขียนตองเปนไปตามหลักภาษา HTML (Hyper Markup Languge) โดยภายในแฟมประกอบดวยขอความที่ตองการใหอาน และขอความกํากับ เมื่อดูดวยโปรแกรม Browwsers จะเห็นเฉพาะขอความจริงเทานั้น

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกสทุกรูปแบบไดรับการพัฒนาบนพื้นฐานแนวความคิดหลัก  3 ประการคือ

1.  การออกแบบโครงสรางลําดับการจัดเก็บ (Massage Storage) การนําเสนอเนื้อหาสาระ (Massage Presentation)

 2.  การออกแบบปฏิสัมพันธระหวางหนังสือกับผู้อาน (Consumer Interface)

 3.  สถานีหรือแหลงสําหรับการเขาสืบคนเนื้อหาเพิ่มเติม หรือนําเนื้อหาใหมมาเติม (Access  Stations)

 

3.  ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

                                รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายรูปแบบด้วยกันดังนี้

          1.  รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบ่งตามลักษณะการเข้าถึงข้อมูลและการอ่านรูปแบบนี้ จะเป็นการแบ่งประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ชัดเจนมากที่สุดกว่าทุกๆ แบบที่มีโดยแบ่งออกเป็น

                1.1 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์อ้างอิง (Automated Reference Books) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์อ้างอิงใช้การเข้าถึงข้อมูลในลักษณะการสุ่ม (Random) ผู้อ่านจะค้นหาคำที่ต้องการทราบและอ่านจนจบเนื้อหานั้น จากนั้นจึงค้นหาที่ต้องการทราบต่อไปหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อ้างอิงสามารถดูภาพจากฐานข้อมูลเอนไซโคลปิเดีย จัดเป็นแหล่งทรัพยากรซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาหรือเลือกอ่านหนังสือที่มีอยู่ได้ง่ายมาก ในอนาคตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพหรือปริมาณในการบรรจุของฐานข้อมูล และทางที่ผู้อ่านสามารถค้นหาและใช้ข่าวสาร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องคงไว้ซึ่งโมเดลการอ้างอิงอยู่

                1.2 หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Automated Textbook Books) หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะการเข้าถึงข้อมูลส่วนใหญ่แบบอ่านไปตามลำดับ (Sequence) จากนั้นก็จะมีการอ่านเนื้อหาเหล่านั้นไปเรื่อยๆ จนจบบท และอาจอ่านบทต่อไปตามลำดับหรือเลือกหัวข้อใหม่ตามความสนใจของผู้อ่าน หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์จะแตกต่างจากหนังสืออ้างอิงอิเล็กทรอนิกส์ตรงที่ผู้อ่านจะมีความคาดหวังที่จะได้รับความรู้จากการอ่านหนังสือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ รูปแบบนี้จะเป็นตัวเสริมคำนิยามของหนังสือเรียนโดยจะขยายความรู้ความเข้าใจให้กับผู้เรียนทางอ้อมโดยใช้สื่อหลากหลายชนิด

          2. รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบ่งตามช่องทางการสื่อสาร (Barker, 1991) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

                2.1 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ช่องทางการสื่อสารทางเดียว เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้อ่านสามารถรับสารได้เพียงช่องทางเดียว เช่น ใช้ตาดู หรือใช้หูฟังแต่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ได้แก่ หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Text Books), หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาพนิ่ง (Picture Books), หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลายภาษา (Talking Books)

                2.2 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ช่องทางการสื่อสารหลายทาง เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้อ่านสามารถรับข่าวสารได้หลายช่องทาง เช่น ใช้ตาดู ใช้หูฟัง ใช้มือสัมผัสหน้าจอได้แก่ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สื่อประสม (Multimedia Books), หนังสืออิเล็กทรอนิกส์รวมสื่อ (Poly Media Books), หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia Books)

          3. รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบ่งตามหน้าที่ (Barker and Giller, 1992) สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบ คือ

                3.1  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับเก็บเอกสารสำคัญ (Archival) จะมีที่เก็บข้อมูลข่าวสารขนาดใหญ่ในรูปแบบของฐานข้อมูล วิธีใช้งานผู้ใช้ขั้นปลายสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างหนังสือประเภทนี้ ได้แก่ สารานุกรมโกรเลียร์ (Grolier Encyclopedia) สารานุกรมมัลติมีเดียคอมพ์ตัน (Compton' s Multimedia Encyclopedia)

                3.2 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้ข่าวสารความรู้ (Information) จะมีลักษณะคาบเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบแรก แต่ข่าวสารจะกินความแคบกว่าแบบแรก และมีลักษณะเฉพาะมากกว่า มีความสัมพันธ์กับหัวข้อเรื่องใดหัวข้อเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น หนังสือเรียนแพทยศาสตร์ออกซฟอร์ดบนซีดีรอม หนังสือรายชื่อเพลงนิมบัส (Nimbus Music Catalogue)

                3.3 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสอน (Instructional) เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ และมีประโยชน์อย่างมากในการถ่ายทอดความรู้ความชำนาญเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการอบรม ผู้เรียนจะได้รับความรู้และทราบความก้าวหน้าในการเรียนของตน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้บางส่วนจะมีการประเมินและประยุกต์ตามรูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละคน จะมีการนำเสนอให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน ตัวอย่างได้แก่ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีการออกแบบหน้าจอสำหรับคอมพิวเตอร์พื้นฐานการอบรม (Computer - Based Training)

                3.4 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบตั้งคำถาม (Interrogational) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการทดสอบ, สอบย่อย และประเมินผลกิจกรรม โดยวัดจากความรู้ที่ได้จากการศึกษาหัวข้อที่เกี่ยวข้อง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบตั้งคำถามจะประกอบด้วย 3 ลักษณะที่สำคัญ คือ ธนาคารตั้งคำถามหรือแบบฝึกหัด, ข้อสอบ, ลักษณะการประเมินผลและระบบผู้เชี่ยวชาญ จะมีการวิเคราะห์ผลที่ได้จากการเรียน มีการแข่งขันและพิจารณาให้ระดับที่เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียน

          4. รูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบ่งตามชนิดของข้อมูลข่าวสารและเครื่องอำนวยความสะดวก (Barker, 1992) สามารถแบ่งออกได้เป็น 10 ประเภท คือ

                4.1 หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Text Books) ในระยะแรกจะมีลักษณะเป็นเส้นตรงมีโครงสร้างเป็นตัวอักษร (Text) ต่อมาจะมีลักษณะที่เป็นมัลติมีเดียมากขึ้นโดยใช้คุณสมบัติของไฮเปอร์เท็กซ์ในการนำเสนอ

                4.2 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาพนิ่ง (Static Picture Books) จะประกอบไปด้วยภาพนิ่งหลายๆ ชนิดรวมกัน ภาพแต่ละภาพจะมีคุณภาพที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของงาน

                4.3 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาพเคลื่อนไหว (Moving Picture Books) มีโครงสร้างจากภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ (Animation Clips) หรือภาพวิดีโอ (Motion Video Segment) หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

                4.4 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลายภาษา (Talking Books) จะมีลักษณะเป็นเนื้อหาประกอบคำบรรยาย เพื่อให้ง่ายต่อการรับรู้ของผู้อ่าน

                4.5 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สื่อประสม (Multimedia Books) เป็นการรวมช่องทางการสื่อสารสองทางหรือมากกว่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อเข้ารหัสข่าวสาร เป็นการรวมตัวอักษร, ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวมารวมไว้ด้วยกันตามโครงสร้างแบบเส้นตรง เมื่อผลิตเสร็จสื่อจะออกมาในรูปของสื่อเดียว ได้แก่ จานแม่เหล็กหรือซีดีรอม

                4.6 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์รวมสื่อ (Poly Media Books) มีลักษณะตรงกันข้ามกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สื่อประสม โดยใช้การรวมสื่อที่แตกต่างกัน ได้แก่ ซีดีรอม จานแม่เหล็กกระดาษ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสารไปยังผู้ใช้

                4.7 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia Books) จะมีลักษณะคล้ายกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สื่อประสม คือ ใช้การสื่อสารหลายช่องทาง แต่จะมีโครงสร้างเป็นแบบนอนลีเนียร์ โดยมีโครงสร้างแบบใยแมงมุม

                4.8 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ผู้เชี่ยวชาญ (Intelligent Electronic Books) มีการบรรจุเทคนิคปัญญาเทียม เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) และระบบเครือข่ายประสาท (Neural Networks) ซึ่งสามารถทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และประยุกต์ให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้เรียนแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน

                4.9 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สื่อทางไกล (Telemedia Electronic Books) ต้องอาศัยการสื่อสารทางไกลช่วยในการนำเสนอเนื้อหา เช่น การเรียนการสอนในระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์การส่งข้อความทางอีเมล์ ตลอดจนเป็นทรัพยากรในการสอนทางไกล เช่นในห้องสมุดดิจิทัล

                4.10 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไซเบอร์บุ๊ค (Cyberbook Books) ใช้เทคนิคของความจริงเสมือน (Virtual Reality) ในการสร้างสถานการณ์จำลองเพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในประสบการณ์จริง

 

4.  องค์ประกอบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

                             1. อักขระ (Text) หรือข้อความ เป็นองค์ประกอบของโปรแกรมมัลติมีเดีย สามารถนำอักขระมาออกแบบเป็นส่วนหนึ่งของภาพ หรือสัญลักษณ์ กำหนดหน้าที่การเชื่อมโยงนำ เสนอเนื้อหาเสียง ภาพกราฟิก หรือวีดิทัศน์ เพื่อให้ผู้ใช้เลือกข้อมูลที่จะศึกษาการใช้อักขระเพื่อกำหนดหน้าที่ในการสื่อสารความหมายในคอมพิวเตอร์ ควรมีลักษณะดังนี้

                              1.1 สื่อความหมายให้ชัดเจน เพื่ออธิบายความสำคัญที่ต้องการนำ เสนอส่วนของเนื้อหาสรุปแนวคิดที่ได้เรียนรู้

                           1.2 การเชื่อมโยงอักขระบนจอภาพสำ หรับการมีปฏิสัมพันธ์ในมัลติมีเดีย การเชื่อมโยงทำ ได้หลายรูปแบบจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งในระบบเครือข่าย ด้วยแฟ้มเอกสารข้อมูลด้วยกันหรือต่างแฟ้มกันได้ทันที ในลักษณะรูปแบบตัวอักษร (Font) เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ (Symbol) การเลือกใช้แบบอักขระ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ และการให้สีแบบใดให้ดูองค์ประกอบการจัดวางองค์ประกอบด้านศิลป์ที่ดูแล้วมีความเหมาะสม

                           1.3 กำหนดความยาวเนื้อหาให้เหมาะสม แก่อ่านยากและในการดึงข้อมูลมาศึกษา ผู้ผลิตโปรแกรมสามารถใช้เทคนิคการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนย่อย แล้วเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน หากต้องการศึกษาข้อมูลส่วนใดก็สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันอยู่ได้ การเชื่อมโยงเนื้อหาสามารถกระทำ ได้ 3 ลักษณะด้วยกัน คือ ลักษณะเส้นตรง ลักษณะสาขา และลักษณะผสมผสานหลายมิติ

                           1.4 สร้างการเคลื่อนไหวให้อักขระ เพื่อสร้างความสนใจก่อนนำ เสนอข้อมูล สามารถทำ ได้หลายวิธี เช่น การเคลื่อนย้ายตำแหน่ง, การหมุน, การกำหนดให้เห็นเป็นช่วงๆ จังหวะ เป็นต้น ข้อสำคัญคือ ควรศึกษาถึงจิตวิทยาความต้องการรับรู้ กับความถี่การใช้เทคนิคการเคลื่อนไหวของผู้ศึกษาโปรแกรมแต่ละวัยให้เหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมาย

                           1.5 เครื่องหมายและสัญลักษณ์ เป็นสื่อกลางที่สำคัญในการติดต่อกับผู้ศึกษาในบทเรียนมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ การนำ เสนอหรือออกแบบสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายควรให้สัมพันธ์กับเนื้อหาในบทเรียน สามารถทำ ความเข้าใจกับความหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ นั้นได้อย่างรวดเร็วอักขระเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการเรียนรู้ การทำ ความเข้าใจ การนำ เสนอความหมาย ที่ก่อประโยชน์กับผู้เรียน

          ปิลันธนา  สงวนบุญพงษ์ (2542) ได้กล่าวไว้ว่า อักขระมีประสิทธิผลในการสื่อข้อความที่ตรงและชัดเจนได้ดีในขณะที่รูปภาพ สัญลักษณ์ภาพ ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ช่วยทำ ให้ผู้ใช้นึกและจำสารสนเทศได้ง่ายขึ้นมัลติมีเดียนั้นเป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการประสมประสานอักขระ สัญลักษณ์ ภาพ รวมถึงสี เสียง ภาพนิ่ง และภาพวีดิทัศน์เข้าด้วยกัน ทำ ให้ข้อมูลข่าวสารมีคุณค่าและน่าติดตามเพิ่มขึ้น

             2. ภาพนิ่ง (Still Image) เป็นภาพกราฟิก เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพลายเส้น แผนที่แผนภูมิ ที่ได้จากการสร้างภายในด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และภาพที่ได้จากการสแกนจากแหล่งเอกสารภายนอก ภาพที่ได้เหล่านี้จะประมวลผลออกมาเป็นจุดภาพ (Pixel) แต่ละจุดบนภาพจะถูกแทนที่เป็นค่าความสว่าง (Brightness) ค่าสี (Color) ส่วนความละเอียดของภาพจะขึ้นอยู่กับจำนวนจุดและขนาดของจุดภาพ ภาพที่เหมาะสมไม่ใช่อยู่ที่ขนาดของภาพ หากแต่อยู่ที่ขนาดของไฟล์ภาพการจัดเก็บภาพที่มีขนาดข้อมูลมาก ทำ ให้การดึงข้อมูลได้ยากเสียเวลา สามารถทำ ได้โดยการลดขนาดข้อมูล การบีบอัดข้อมูลชนิดต่าง ๆ ด้วยโปรแกรมในการจัดเก็บบีบอัดข้อมูล (คลายข้อมูล) ก่อนที่จะเก็บข้อมูลเพื่อประหยัดเนื้อที่ ในการเก็บไฟล์ (File) กราฟิกที่ใช้ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสื่อประสม แบ่งได้ 3 ไฟล์ คือ

                           2.1 ไฟล์สกุล GIF (Graphic Interchange Format) ไฟล์ชนิดบิตแมต มีการบีบอัดข้อมูลภาพไฟล์มีขนาดไฟล์ตํ่า มีการสูญเสียข้อมูลน้อย สามารถทำพื้นของภาพให้เป็นพื้นแบบโปร่งใส (Transparent) นิยมใช้กับภาพวาดและภาพการ์ตูน มีระบบแสดงผลแบบหยาบและค่อยๆ ขยายไปสู่ละเอียดในระบบอินเทอร์เลช (Interlace) มีโปรแกรมสนับสนุนจำนวนมากเรียกดูได้กับกราฟิกบราวเซอร์ (Graphics Browser) ทุกตัวมีความสามารถนำ เสนอภาพแบบเคลื่อนไหว (Gif Animation) จุดด้อยของไฟล์ประเภทนี้คือ แสดงได้เพียง 256 สี

                           2.2 ไฟล์สกุล JPEG (Joint Photographic Experts Group) เป็นไฟล์ที่มีความละเอียดสูงเหมาะสมกับภาพถ่าย จุดเด่นคือ สนับสนุนสีได้ถึง 24 บิต (16.7 ล้านสี) การบีบอัดข้อมูลไฟล์สกุล JPEG สามารถทำได้หลายระดับ ดังนี้ Max, High, Medium และ Low การบีดอัดข้อมูลมากจะทำให้ลบข้อมูลบางส่วนที่ความถี่ซ้ำซ้อนกันมากที่สุดออกจากภาพ ทำให้รายละเอียดบางส่วนหายไป มีระบบการแสดงผลแบบหยาบและค่อยๆ ขยายไปสู่ละเอียด มีโปรแกรมสนับสนุนการสร้างเป็นจำนวนมากเรียกดูได้กับกราฟิกบราวเซอร์ (Graphics Browser) ทุกตัวตั้งค่าบีบไฟล์ได้ จุดด้อยคือทำให้พื้นของรูปโปร่งใสไม่ได้

                           2.3 ไฟล์สกุล PNG (Portable Network Graphics) จุดเด่นคือสามารถใช้งานข้ามระบบและกำหนดค่าการบีบไฟล์ตามต้องการ (8 บิต, 24 บิต, 64 บิต) มีระบบการบีบอัดแบบ Deflate ไม่เกิดการสูญเสีย แสดงผลแบบ (Interlace) ได้เร็วกว่า GIF สามารถทำพื้นโปร่งใสได้ จุดด้อยคือหากกำหนดค่าการบีบไฟล์ไว้สูงจะให้เวลาในการคลายไฟล์สูงตามไปด้วย แต่ขนาดของไฟล์จะมีขนาดต่ำไม่สนับสนุนกับกราฟิกบราวเซอร์ (Graphics Browser) รุ่นเก่าโปรแกรมสนับสนุนในการสร้างมีน้อย

             3. ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เกิดจากชุดภาพที่มีความแตกต่างนำ มาแสดงเรียงต่อเนื่องกันไป ความแตกต่างของแต่ละภาพที่นำ เสนอทำ ให้มองเห็นเป็นการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ ในเทคนิคเดียวกับภาพยนตร์การ์ตูน ภาพเคลื่อนไหวจะทำ ให้สามารถนำ เสนอความคิดที่ซับซ้อนหรือยุ่งยาก ให้ง่ายต่อการเข้าใจ และสามารถกำหนดลักษณะและเส้นทางที่จะให้ภาพนั้นเคลื่อนที่ไปมาตามต้องการ คล้ายกับการสร้างภาพยนตร์ขึ้นมาตอนหนึ่งนั่นเอง การแสดงสีการลบภาพ โดยทำให้ภาพเลือนจางหายหรือทำให้ภาพปรากฏขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ กัน นับเป็นสื่อที่ดีอีกชนิดหนึ่งในมัลติมีเดียโปรแกรมสนับสนุนการสร้างภาพเคลื่อนไหวมีอยู่หลายโปรแกรมตามความต้องการของผู้ใช้ และจัดเก็บภาพเป็นไฟล์สกุล Gif ไฟล์ประเภทนี้คือ มีขนาดไฟล์ต่ำ สามารถทำ พื้นของภาพให้เป็นพื้นแบบโปร่งใสได้ (Transparent) เรียกดูได้กับกราฟิกบราวเซอร์ (Graphics Browsers) ทุกตัวแต่สามารถแสดงผลได้เพียง 256 สี (ทรงศักดิ์  ลิ้มบรรจงมณี, 2542)

             4. เสียง (Sound) เป็นสื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในเนื้อหาได้ดีขึ้นและทำ ให้คอมพิวเตอร์มีชีวิตชีวาขึ้น ด้วยการเพิ่มการ์ดเสียงและโปรแกรมสนับสนุนเสียง อาจอยู่ในรูปของเสียงดนตรี เสียงสังเคราะห์ปรุงแต่ง การใช้เสียงในมัลติมีเดียนั้นผู้สร้างต้องแปลงสัญญาณเสียงไฟฟ้าเป็นสัญญาณเสียง analog ผ่านจากเครื่องเล่นวิทยุ เทปคาสเซ็ทหรือแผ่นซีดี การอัดเสียงผ่านไมโครโฟนต่อเข้าไลน์อิน ( Line – In ) ที่พอร์ต (Port) การ์ดเสียงได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านไมโครโฟน และการ์ดเสียงที่มีคุณภาพดีย่อมจะทำ ให้ได้เสียงที่มีคุณภาพดีด้วยเช่นกัน ไฟล์เสียงมีหลายแบบ ได้แก่ ไฟล์สกุล WAV และ MIDI (Musica Instrument Digital Interface) ไฟล์ WAV ใช้เนื้อที่ในการเก็บสูงมากส่วนไฟล์ MIDI เป็นไฟล์ที่นิยมใช้ในการเก็บเสียงดนตรี

             5. ภาพวีดิทัศน์ (Video) ภาพวีดิทัศน์เป็นภาพเหมือนจริงที่ถูกเก็บในรูปของดิจิทัล มีลักษณะแตกต่างจากภาพเคลื่อนไหวที่ถูกสร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์ ในลักษณะคล้ายภาพยนตร์การ์ตูนภาพวีดิทัศน์สามารถต่อสายตรงจากเครื่องเล่นวีดิทัศน์หรือเลเซอร์ดิสก์เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีการ Capture ระบบวีดิทัศน์ที่ทำ งานจากฮาร์ดดิสก์ที่ไม่มีการบีบอัดสัญญาณภาพวีดิทัศน์ ภาพวีดิทัศน์มีความต้องการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ว่างมาก ดังนั้นจึงต้องมีการบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการส่งสูงสุดแต่ยังคุณภาพของภาพวีดิทัศน์ ซึ่งต้องอาศัยการ์ดวีดิทัศน์ในการทำ หน้าที่ดังกล่าว การนำ ภาพวีดิทัศน์มาประกอบในมัลติมีเดียต้องมีอุปกรณ์สำคัญคือดิจิทัลวีดิทัศน์การ์ด (Digital Video Card) การทำ งานในระบบวินโดวส์ ภาพวีดิทัศน์จะถูกเก็บไว้ในไฟล์ตระกูลเอวีไอ (AVI : Audio Video Interleave) มูพวี่ (MOV) และเอ็มเพ็ก (MPEG : MovingPictures Experts Group) ซึ่งสร้างภาพวีดิทัศน์เต็มจอ 30 เฟรมต่อวินาที ข้อเสียของการดูภาพวีดิทัศน์ ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ คือ ไฟล์ของภาพจะมีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 500 กิโลไบท์ หรือมากกว่า 10 เมกะไบท์ ทำ ให้เสียเวลาในการดาวน์โหลดที่ต้องเวลามาก

             6. การเชื่อมโยงข้อมูลแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Links) หมายถึง การที่ผู้ใช้มัลติมีเดียสามารถเลือกข้อมูลได้ตามต้องการโดยใช้ตัวอักษร ปุ่ม หรือภาพ สำ หรับตัวอักษรที่จะสามารถเชื่อมโยงได้ จะเป็นตัวอักษรที่มีสีแตกต่างจากอักษรตัวอื่น ๆ ส่วนปุ่มก็จะมีลักษณะคล้ายกับปุ่มเพื่อชมภาพยนตร์หรือคลิกลงบนปุ่มเพื่อเข้าไปหาข้อมูลที่ต้องการหรือเปลี่ยนหน้าข้อมูล ส่วนมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia) เป็นการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะการสื่อสารไปมาทั้งสองทาง คือ การโต้ตอบระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์และการมีปฏิสัมพันธ์ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะดูข้อมูล  ดูภาพ ฟังเสียง หรือดูภาพวีดิทัศน์ ซึ่งรูปแบบของการมีปฏิสัมพันธ์อาจอยู่ในรูปใดรูปหนึ่งดังต่อไปนี้

                           6.1 การใช้เมนู (Menu Driven) ลักษณะที่พบเห็นได้ทั่วไปของการใช้เมนูคือ การจัดลำดับหัวข้อทำ ให้ผู้ใช้สามารถเลือกข่าวสารข้อมูลที่ต้องการได้ตามที่ต้องการและสนใจ การใช้เมนูมักประกอบด้วยเมนูหลัก (Main Menu) ซึ่งแสดงหัวข้อหลักให้เลือก และเมื่อไปยังแต่ละหัวข้อหลักก็จะประกอบด้วยเมนูย่อยที่มีหัวข้ออื่นให้เลือก หรือแยกไปยังเนื้อหาหรือส่วนนั้น ๆ เลยทันที

                           6.2 การใช้ฐานข้อมูลไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia Database) เป็นรูปแบบปฏิสัมพันธ์ที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกไปตามเส้นทางที่เชื่อมคำสำคัญซึ่งอาจเป็นคำ ข้อความ เสียงหรือภาพ คำสำคัญเหล่านี้จะเชื่อมโยงกันอยู่ในลักษณะเหมือนใยแมงมุม โดยสามารถเดินหน้าและถอยหลังได้ตามความต้องการของผู้ใช้

             7. การจัดเก็บข้อมูลมัลติมีเดีย เนื่องจากมีการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดียที่เป็นการพัฒนาแบบใช้หลายสื่อผสมกัน (Multimedia) และเทคโนโลยีสื่อมัลติมีเดียมีจำนวนมาก ทำ ให้จำ เป็นต้องใช้เนื้อที่เก็บข้อมูลเป็นจำ นวนมาก สื่อที่ใช้จัดเก็บต้องมีขนาดความจุมากพอที่จะรองรับข้อมูลในรูปแบบวีดิโอ รูปภาพ ข้อความ ปัจจุบันแผ่นซีดีรอม (CD-ROM :Compact Disk Read Only Memory) และแผ่นดิวีดี ( DVD ) ได้รับความนิยมแพร่หลาย สามารถเก็บข้อมูลได้สูงมาก จึงสามารถเก็บข้อมูลแฟ้มข้อมูลอื่น ๆ ได้มากเท่าที่ต้องการ จึงกล่าวได้ว่าซีดีรอมและดิวิดีเป็นสื่ออีกชนิดหนึ่งที่ปฏิวัติรูปแบบการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังทำ ให้ผู้เรียนสามารถทบทวนและเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองในเวลาที่ผู้เรียนสะดวกและมีประสิทธิภาพ

 (สุปราณี (supranee-ssp, 02 Jun 2008 : e-book  tecno-csupranee.mht))

 

5. โปรแกรมที่นิยมใช้สร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

โปรแกรมที่นิยมใช้สร้าง e-Book มีอยู่หลายโปรแกรม แต่ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันได้แก่

                    1. โปรแกรมชุด Flip Album

                    2. โปรแกรม DeskTop Author

                    3. โปรแกรม Flash Album Deluxe

                  ชุดโปรแกรมทั้ง 3 จะต้องติดตั้งโปรแกรมสำหรับอ่าน e-Book ด้วย มิฉะนั้นแล้วจะเปิดเอกสารไม่ได้ ประกอบด้วย

                  1.1 โปรแกรมชุด Flip Album ตัวอ่านคือ FlipViewer

                  1.2 โปรแกรมชุด DeskTop Author ตัวอ่านคือ DNL Reader

                  1.3 โปรแกรมชุด Flash Album Deluxe ตัวอ่านคือ Flash Player

       สำหรับโปรแกรม Flash Mx ก็สามารถสร้าง e-Book ได้เช่นกัน แต่ต้องมีความรู้ในเรื่องการเขียน Action Script และ XML เพื่อสร้าง e - Book ให้แสดงผลตามที่ต้องการได้   ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า.(drpaitoon,หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)Sema_go_th.mht : 31 ธันวาคม 2007 : สืบค้น 23/9/2552)

                6. โครงสร้างของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

                ลักษณะโครงสร้างของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะมีความคล้ายคลึงกับหนังสือทั่วไปที่พิมพ์ด้วยกระดาษ หากจะมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือกระบวนการผลิต รูปแบบ และวิธีการอ่านหนังสือสรุปโครงสร้างทั่วไปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย

                    หน้าปก (Front Cover)

                    คำนำ (Introduction)

                    สารบัญ (Contents)

                    สาระของหนังสือแต่ละหน้า (Pages Contents)

                    อ้างอิง (Reference)

                    ดัชนี (Index)

                    ปกหลัง (Back Cover)

                  หน้าปก  หมายถึง ปกด้านหน้าของหนังสือซึ่งจะอยู่ส่วนแรก เป็นตัวบ่งบอกว่าหนังสือเล่มนี้ชื่ออะไร ใครเป็นผู้แต่ง

                   คำนำ  หมายถึง คำบอกกล่าวของผู้เขียนเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูล และเรื่องราวต่างๆ ของหนังสือเล่มนั้น

                   สารบัญ  หมายถึง ตัวบ่งบอกหัวเรื่องสำคัญที่อยู่ภายในเล่มว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง อยู่ที่หน้าใดของหนังสือ สามารถเชื่อมโยงไปสู่หน้าต่างๆ ภายในเล่มได้

                   สาระของหนังสือแต่ละหน้า  หมายถึง ส่วนประกอบสำคัญในแต่ละหน้า ที่ปรากฏภายในเล่ม ประกอบด้วย

                            หน้าหนังสือ (Page Number)

                            ข้อความ (Texts)

                                            ภาพประกอบ (Graphics) .jpg, .gif, .bmp, .png, .tiff

                                            เสียง (Sounds) .mp3, .wav, .midi

                                            ภาพเคลื่อนไหว (Video Clips, flash) .mpeg, .wav, .avi

                                            จุดเชื่อมโยง (Links)

 

                    อ้างอิง  หมายถึง แหล่งข้อมูลที่ใช้นำมาอ้างอิง อาจเป็นเอกสาร ตำรา หรือ เว็บไซต์ก็ได้
                    ดัชนี   หมายถึง การระบุคำสำคัญหรือคำหลักต่างๆ ที่อยู่ภายในเล่ม โดยเรียงลำดับตัวอักษรให้สะดวกต่อการค้นหา พร้อมระบุเลขหน้าและจุดเชื่อมโยง  

                    ปกหลัง  หมายถึง ปกด้านหลังของหนังสือซึ่งจะอยู่ส่วนท้ายเล่ม 

ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า. (drpaitoon หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)  Sema_go_th.mht : 31 ธันวาคม 2007 : สืบค้น 23/9/2552)

 

 

                7. ประโยชน์ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นั้นมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยมีรายละเอียดโดยสรุป ดังต่อไปนี้ (เสาวลักษณ์  ญาณสมบัติ, 2545)

                             1. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถย้อนกลับเพื่อทบทวนบทเรียนหากไม่เข้าใจ และสามารถเลือกเรียนได้ตามเวลาและสถานที่ที่ตนเองสะดวก

                             2. การตอบสนองที่รวดเร็วของคอมพิวเตอร์ที่ให้ทั้งสีสัน ภาพ และเสียง ทำ ให้เกิดความตื่นเต้นและไม่เบื่อหน่าย

                             3. ช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีประสิทธิภาพในแง่ที่ลดเวลาลดค่าใช้จ่าย สนองความต้องการและความสามารถของบุคคล มีประสิทธิผลในแง่ที่ทำ ให้ผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมาย

                             4.  ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหัวข้อที่สนใจข้อใดก่อนก็ได้ และสามารถย้อนกลับไปกลับมาในเอกสาร หรือกลับมาเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นใหม่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

                             5. สามารถแสดงทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงได้พร้อมกัน หรือจะเลือกให้แสดงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

                             6. การจัดเก็บข้อมูลจะสามารถจัดเก็บไฟล์แยกระหว่างตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง โดยใช้เท็กซ์ไฟล์เป็นศูนย์รวม แล้วเรียกมาใช้ร่วมกันได้โดยการเชื่อมโยงข้อมูลจากสื่อต่างๆ  ที่อยู่คนละที่เข้าด้วยกัน

                             7. สามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูลได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ทำให้สามารถปรับปรุงบทเรียนให้ทันสมัยกับเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี

                             8. ผู้เรียนสามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องที่กำ ลังศึกษา จากแฟ้มเอกสารอื่นๆ        ที่เชื่อมโยงอยู่ได้อย่างไม่จำ กัดจากทั่วโลก

                             9. เสริมสร้างให้ผู้เรียนเป็นผู้มีเหตุผล มีความคิดและทัศนะที่เป็น Logical เพราะการโต้ตอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้เรียนจะต้องทำ อย่างมีขั้นตอน มีระเบียบ และมีเหตุผลพอสมควรเป็นการฝึกลักษณะนิสัยที่ดีให้กับผู้เรียน

                             10. ผู้เรียนสามารถบูรณาการการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างเกี่ยวเนื่องและมีความหมาย

                             11. ครูมีเวลาติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าของผู้เรียนแต่ละคนได้มากขึ้น

                             12. ครูมีเวลาศึกษาตำ รา และพัฒนาความสามารถของตนเองได้มากขึ้น

                             13. ช่วยพัฒนาทางวิชาการ   สุปราณี. (supranee-ssp, 02 Jun 2008 : e-book  tecno-csupranee.mht)

 

                8.  ข้อดีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

                             1.  การตอบสนองที่รวดเร็วของคอมพิวเตอร์ที่ให้ทั้งสีสัน ภาพ และเสียง ทำให้เกิดความตื่นเต้น และไม่เบื่อหน่าย

                             2.  ช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพในแง่ที่ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย สนองความต้องการและความสามารถของบุคคล มีประสิทธิผลในแง่ที่ทำให้ผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมาย

                             3.  สามารถทำสำเนาได้อย่างสะดวก ทั้งสำเนาในรูปเอกสารและสำเนาลงในแผ่นซีดีรอมหรือสำเนาลงในอาร์ดดิสก์        

                             4.  เนื่องจากการเปิดอ่านมีระบบการเรียกค้นและการเชื่อมโยง ผู้เรียนหรือผู้อ่านสามารถเลือกเรียนหัวข้อที่สนใจข้อใดก่อนก็ได้ และสามารถย้อนกลับไปกลับมาในเอกสารหรือกลับมาเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นใหม่ (Home Page) เพื่อทบทวนบทเรียนหากไม่เข้าใจได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตลอดจนสามารถเลือกเรียนได้ตามเวลา และสถานที่ที่ตนเองสะดวก    

                             5.  สามารถแสดงด้วยข้อความ และตัวอักษรแล้ว ยังสามารถแสดงข้อมูลที่เป็นกราฟิกภาพเคลื่อนไหว และเสียงได้พร้อมกัน หรือจะเลือกให้แสดงเพียงย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

                             6.  การจัดเก็บข้อมูลสามารถจัดเก็บได้เป็นไฟล์แยกระหว่างตัวอักษรภาพกราฟิกภาพเคลื่อนไหว และเสียง โดยใช้เท็กซ์ไฟล์เป็นศูนย์รวม แล้วเรียกใช้ร่วมกันได้โดยการเชื่อมโยงข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ที่อยู่คนละที่เข้าที่ด้วยกัน รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข เพิ่มเตอมข้อมูลได้ง่ายสะดวกและรวดเร็ว ทำให้สามารถปรับปรุงเนื้อหาในบทเรียนให้ทันสมัยกับเหตุการณ์ได้

                             7.  การสร้างและการพิมพ์ทำได้รวดเร็วกว่ากระดาษและสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว ทำให้สามารถปรับปรุงเนื้อหาในบทเรียนให้ทันสมัยกับเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี

                             8.  ผู้เรียนสามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังศึกษาจากแฟ้มเอกสารหรือหนังสือเล่มอื่นได้ที่เชื่อมโยงอยู่ได้อย่างไม่จำกัดทั่วโลก (กิตติ, 2540 :127) เพียงแต่ผู้อ่านใช้เมาส์ ( Mouse ) และคลิก (Click) ไปในตำแหน่งข้อความ (Link ) ที่สนใจ และโปรแกรม Browser ก็จะทำหน้าที่ เชื่อมโยงข้อมูลหรือเนื้อหามาแสดงผลให้อ่านได้ในทันที

                             9.  เสริมสร้างให้ผู้เรียนเป็นผู้มีเหตุมีผล มีความคิดและทัศนะที่เป็น Logical เพราะการโต้ตอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้เรียนจะต้องทำอย่างมีขั้นตอน มีระเบียบมีเหตุผลพอสมควรเป็นฝึกลักษณะนิสัยที่ดีให้ผู้เรียน

                             10.  ผู้เรียนสามารถบูรณาการการเรียนการสอนในวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างเกี่ยวเรื่องและมีความหมาย

                             11.  ผู้สอนมีเวลาติดตอมและตรวจสอบความก้าวหน้าของผู้เรียนแต่ละคนได้มากขึ้น รวมทั้งที่เวลาที่จะศึกษาตำราและพัฒนาความสามารถของตนเองได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นพัฒนาการทางวิชาการ อีกรูปแบบหนึ่งที่สำคัญในปัจจุบันและอนาคต  สุปราณี. (supranee-ssp, 02 Jun 2008 : e-book  tecno-csupranee.mht)

 

                9. ข้อจำกัดของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

                             1.   ผู้เรียนจะต้องมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และเครือข่าย นอกจากตั้งใจเรียนเนื้อหา

                             2.  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มเดียวกัน หรือหน้าเดียวกัน เมื่อจะอ่านด้วยโปรแกรม Browser ต่างๆ กัน อาจแสดงผลในลักษณะที่ต่าง ๆ กัน เช่น ข้อความในระดับเดียวกันแสดงขนาดรูปแบบ และสีของคัวอักษรไม่เหมือนกัน ทั้งนี้แล้วแต่ผู้ผลิตจะออกแบบโปรแกรม Browser มาให้แสดงผลเหมือนหรือต่างกันอย่างไร แม้แต่โปรแกรม Browser เดียวกันก็ต่างกันเพราะผู้ใช้สามารถกำหนดตัวเลือก (Option) ได้แตกต่างกัน หรือใช้คอมพิวเตอร์ที่มีความละเอียดหน้าจอสูง ก็จะสามารถแสดงรูปภาพได้ชัดเจนและสวยงามกว่าคอมพิวเตอร์ที่มีจอภาพความละเอียดต่ำ

                             3.  ความเร็วของระบบเครือข่ายมีผลต่อการเข้าถึงหรือการอ่านเนื้อหา

                            4.  ความสามารถในการอ่านในสภาพแวดล้อมทั่วไป ความสามารถในการพกพา ความสามารถในการอ่านที่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์รอให้บูท (Boot) และโหลดโปรแกรม Browser เข้ามาจนกว่าจะหาสิ่งที่ต้องการพบ

                             5.  การอ่านหลงทางของเนื้อหา เมื่อเข้าไปในไฮเปอร์เท็กซ์ และ ไฮเปอร์มีเดีย ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้และการบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียน

                             6.  บุคลิกภาพของการอ่านหนังสือจะเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่ยังไม่มีผลสรุปเปรียบเทียบที่แน่นอน

                             7.  ความยากในการวิเคราะห์และออกแบบเนื้อหา สำหรับการจำลองหรือแสดงผลเนื้อหาให้ง่ายต่อการอ่านและการเรียนรู้ภายใต้เทคโนโลยีมัลติมีเดีย      ระบบเครือข่าย และเทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ตามต้องการ  สุปราณี. (supranee-ssp, 02 Jun 2008 : e-book  tecno-csupranee.mht)

 

1.       การใช้ โปรแกรม  FlipAlbum® 6 Professional

 

ศิริวัฒน   ลําพุทธา (การใชโปรแกรม  FlipAlbum® 6 Standard)  โปรแกรม  Flip Album® 6.0 Professional  เปน  software  ชนิดหนึ่งที่ใชสําหรับสราง   E-Book  Multimedia  ไดดีชนิดหนึ่งจากคาย  E-Book System (http://www.flipalbum.com) กอนหนานั้นเรารูจักแตไฟล  pdf  ซึ่งนํามาแปลงแลวเรียก  E-Book  เปนการเขาใจที่คลาดเคลื่อน  Software ชนิดนี้รูปแบบเหมือนกับเราอ่านหนังสือบนเครื่องคอมพิวเตอร  มีสารบัญเรื่อง  สารบัญรูป  ดัชนีทายเลม และความสามารถอื่น ๆ อีกมากมาย

                กลยุทธ์การผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตระกูล Flip Album   ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า  ( 2551 :4-9)โปรแกรม  Flip Album  6  Pro   โดยลักษณะของโปรแกรมจะเป็นโปรแกรมส าเร็จรูป ผู้ใช้งานจะต้องติดตั้งตัวโปรแกรม( install) ลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์  ที่ใช้งานอาจเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะส่วนบุคคล  (Personal Computer)  หรือเครื่องพกพาแบบโน๊ตบุ๊ค (Note Book) ก็ได้           ขณะปฏิบัติการงานสร้างนั้น คอมพิวเตอร์ไม่จ าเป็นต้องเชื่อมต่อระบบเครือข่ายก็ได้   

               

1. ความต้องการของ  Software มีดังนี้

                   Minimum Systems Requirements:

  Windows® 98/2000/ME/XP

  IBM® PC compatible, Pentium® II 300 MH

  128 MB RAM

  100 MB free hard disk space

  16-bit color display adaptor

 800x600 pixels screen area

   Recommended Systems Requirements:

  Windows® 98/2000/ME/XP

  IBM® PC compatible, Pentium® III or 4 processor, or equivalent

  256MB RAM

2. การเข้าสู่โปรแกรมมีวิธีการหลัก 2 วิธี คือ

1. เข้าโดย Dubble Click ที่รูปภาพหนังสือสีแดง                 บนหน้า Desktop   หรือ

2. เข้าโดย Click ที่ปุ่ม Start/Program/E-Book Sytems/FlipAlbum 6 Pro/FlipAlbum Pro

 

 

 

3. การบันทึกข้อมูล

                แบบที่ 1 ใช้คำสั่ง Save (เหมาะสำหรับกรณีมีข้อมูลอยู่ในโฟลเดอร์งาน)

 

แบบที่ 2  ใช้คำสั่ง Save As (เหมาะสำหรับกรณีมีข้อมูลอยู่ภายนอก

โฟลเดอร์งาน เช่น จาก internet, Handy Drive, แผ่น CD เป็นต้น)

 

 

4. การเพิ่มหน้าหนังสือแบบอัตโนมัติ (Insert Multiple Pages)

1.  เปิดโปรแกรม Flip Album

2.  ใช้คำสั่ง  Edit/Insert Page/Multiple

3.  ใส่จำนวนหน้าหนังสือเป็นตัวเลข ตามต้องการ

5. การนำเข้าข้อความ

แบบที่ 1  พิมพ์โดยตรง

1.  เปิดหน้าหนังสือที่ต้องการพิมพ์ข้อความ

2. Click mouse ด้านขวา

3.  เลือกคำสั่ง Annotate…

4. พิมพ์ข้อความลงในกรอบสี่เหลี่ยม (text box) 

-  กรอบข้อความสามารถที่จะจับย้ายไปอยู่ตรงส่วนใหนของหน้าก็ได้ 

               -  สามารถเลือกรูปแบบอักษร  ขนาด  สี  และการจัดวางได

แบบที่ 2 การ Copy ข้อความมาจากแหล่งอื่น

1.  เปิดหน้าหนังสือที่ต้องการพิมพ์ข้อความ

2. คัดลอกข้อความ (Copy) จากแหล่งต้นฉบับ เช่น จาก Word หรือจาก Internet

(ภาพตัวอย่าง Copy จาก  internet)

3. Click ปุ่มขวา Mouse เลือกค าสั่ง Paste หรือ ค าสั่ง edit/paste หรือ Ctrl+v

6. การนำเข้าข้อความจาก Microsoft Word

                1.  เปิดโปรแกรม Microsoft Wor

2.  เปิดไฟล์ที่ต้องการจะสร้าง e-Book

3.  ลากแถบด าคลุมข้อความที่ต้องการ

4.  ใช้ค าสั่ง Copy หรือ Ctrl+C

5.  เปิดโปรแกรม Flip Album

6.  เปิดหน้าที่ต้องการแทรกข้อความ

7.  ใช้ค าสั่ง Paste หรือ Ctrl+V

7. การตกแต่งหนังสือ (Set Book Option)

                1.  เปิดโปรแกรม Flip Album

2.  เปิดไฟล์งาน e-book ที่สร้างไว้

3. ก าหนดค่าเพื่อการตกแต่งหนังสือ Options/Set Book Options

 

7.1 Book Cover: สำหรับตกแต่งปกหน้าและปกหลัง โดยสามารถเลือกสี (Color)  และภาพ (Texture)

7.2 Book Background: สำหรับตกแต่งพื้นหลังของหนังสือสามารถเลือกได้ทั้งสี และภาพ

7.3 Page Background: สำหรับตกแต่งพื้นหลังของหน้าหนังสือ

 

7.4 Page Margins: สำหรับกำหนดระยะกั้นหน้า-หลัง บน-ล่างของหน้าหนังสือ

7.5 Display: กำหนดการแสดงไฟล์ หรือเลขหน้า บนหน้าหนังสือ

7.6 Audio: กำหนดการใส่เสียงประกอบหนังสือ

7.7 Miscellaneous: กำหนดค่าการแสดงผล เมื่อเริ่มต้นเปิดหนังสือ

8. การแทรกภาพนิ่ง (Insert Clip Art)

                1.  เปิดโปรแกรม Flip Album

2.  เลือกภาพที่ต้องการและลากเข้ามาวางในหน้า CONTENTS หรือหน้าอื่นๆ ที่ต้องการ

แทรกภาพ

3.  ใช้วิธีการ Save ด้วยค าสั่ง Save As แล้วตั้งชื่อไฟล์ใหม่ ไม่ซ้ำชื่อเดิม

9. การแทรกมัลติมีเดีย (Insert Multimedia Objects)

1.  จัดหาไฟล์วีดิทัศน์ (Video) หรือบันทึกโดยบันทึกไฟล์ด้วยนามสกุล .mpeg

2. หากเป็นภาพยนตร์จาก CD, Karaoke หรืออื่นๆ จะต้องแปลงไฟล์ ให้มีนามสกุล .mpeg 

เสียก่อน ด้วยโปรแกรมประเภท convert เช่น โปรแกรม No1# Converter

3. หากเป็นเพลงประกอบให้ใช้ไฟล์ที่มีนามสกุล .MP3 หรือ .WAV

4. ทั้งหมดใช้เทคนิคการลาก-วาง (Drag & Drop)

5. บันทึกด้วยค าสั่ง Save As แล้วตั้งชื่อใหม่ (ไม่ซ้ำชื่อเดิม)

10. การสร้างตำแหน่งเครื่องหมาย (Bookmarks)

                ใช้คำสั่ง Bookmarks/Add/Left Page หรือ Bookmarks/Add/Right ตามต้องการ

11. การเชื่อมโยงเอกสาร (Set Links)

1. เลือกรูป หรือข้อความที่จะสร้าง  link 

                2. คลิกปุ่มด้านขวาของ  mouse จะปรากฏหน้าต่าง Set Link ให้เลือก

                3. หากต้องการ  link ไปยังเว็บไซต์ ให้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการ link ลงในช่อง URL ที่กำหนดไว้ให้ เช่น http://www.palaces.thai.net/

                4. หากต้องการ  link ไปยังหน้าหนังสือ (Page)ให้เลือกหมายเลขของหนังสือที่ต้องการ link ได้จากเมนูหมายเลข

12. การทำชั้นวางหนังสือ (Book Self)  กรณีมีหนังสือหลายเล่มใน CD 1 แผ่น

                Create Album CD  ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

1.  ใช้ค าสั่ง Start/Program Album CD

2.  จะปรากฏหน้าต่าง ดังภาพ จากนั้นให้ปฏิบัติตามลำดับคือ

1. คลิกปุ่ม NEW

2. ตั้งชื่อ Album

3. คลิกปุ่ม Create

ปรากฏหน้าต่าง Bookshelf Options เพื่อกำหนดค่า ดังนี้

1. Number of Levels เพื่อเลือกจำนวนชั้นหนังสือ

2. FlipBooks per Level เพื่อเลือกจำนวนหนังสือต่อชั้น

3. ปุ่ม Background เพื่อเลือก พื้นหลัง (ปกติจะมีสีดำดังภาพ ไม่เลือกก็ได้)

4. ปุ่ม Bookshelf Style เพื่อเลือกรูปแบบของชั้นวางหนังสือ (มีหลายแบบให้เลือก)

5. ปุ่ม Default เพื่อเซ็ตค่าเดิมของโปรแกรม

6.  เข้าไปเปิดงานในโฟลเดอร์ด้านซ้าย

7.  เลือกงาน e-Book เพื่อจะมาจัดวางในชั้น  (การน างาน e-Book มาสร้างจะต้องนำมาทั้ง Icon และ Folder งานด้วย มิฉะนั้นจะสร้างไม่ได้)

8. ลากงานทั้งหมดลงมาไว้ในเฟรมด้านล่าง (ตามตัวอย่างที่แสดงไว้)

ส าหรับไฟล์งานทั้งหมดจะไปอยู่ที่ไดรฟ์ C: ภายในโฟล์เดอร์ My Documents / ชื่อโฟลเดอร์งาน

ที่คุณก าหนดไว้  และงานที่อยู่ในโฟลเดอร์นั้นทั้งหมดสามารถน าไป write ลงแผ่นเป็นแบบ Autorun ได้เลย

ความคิดเห็น

  1. 1
    แนน
    แนน ttt@hotmail.com 07/01/2011 10:21

    สอบถามมีวิธีแก้ไขหรือไหมหรือ e-book ที่สร้างจากโปรแกรม Flip Album  ฮาร์ดดิสก์เต็มในขณะที่สร้างงานไม่ทราบว่ามีวิธีแก้ไขหรือเพิ่มพื้นที่ในการสร้างหรือไหมอย่างไรแนะนำด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

  2. 2
    แนน
    แนน ttt@hotmail.com 07/01/2011 10:22

    สอบถามมีวิธีแก้ไขหรือไหมหรือ e-book ที่สร้างจากโปรแกรม Flip Album  ฮาร์ดดิสก์เต็มในขณะที่สร้างงานไม่ทราบว่ามีวิธีแก้ไขหรือเพิ่มพื้นที่ในการสร้างหรือไหมอย่างไรแนะนำด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view